รู้จักกับ SnowShine
     การทดสอบ SnowShine
   วิธีการถอดฝาครอบโคมไฟ
     รุ่นรถยนต์ที่ตรวจสอบแล้ว
   ห้องสไลด์โชว์
   สั่งซื้อสินค้า
     ตัวอย่างวิธีการสั่งซื้อสินค้า
   กระดานถาม-ตอบ
   ติดต่อเรา
   ทะเบียนพานิชย์อิเล็กทรอนิกส์
   คำถามที่พบบ่อย
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 4
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 590
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 378,950
 เปิดเว็บ 02/11/2553
 ปรับปรุงเว็บ 23/10/2557
23 ตุลาคม 2557
อา จ. อ. พ. พฤ ศ. ส.
   
10  11 
12  13  14  15  16  17  18 
19  20  21  22  23  24  25 
26  27  28  29  30  31   
             
  ห้องทดลอง
หลอดไฟพาร์ชนิดแอลอีดี EDISON รุ่น EL16-33W0
[14 มีนาคม 2555 20:59 น.]จำนวนผู้เข้าชม 7261 คน
            ผมพบผลิตภัณฑ์นี้จากหน้าเว็บแห่งหนึ่งก็เลยสนใจสั่งมาทดลองดู มันเป็นหลอดไฟแอลอีดีความสว่างสูงที่ทำสำเร็จรูปหมายถึงว่าเราต่อไฟใช้งานได้เลย  หลอดนี้ถูกออกแบบมาเป็นไฟตกแต่งทดแทนหลอดฮาโลเจนที่มีขั้วต่อแบบ MR-16  มีขนาดต่างๆ เท่ากัน ใช้แรงดันไฟฟ้าเท่ากัน ถอดเปลี่ยนแทนได้ทันที  ด้านส่องสว่างจะประกอบไปด้วยไฟแอลอีดีกินกำลังไฟฟ้าขนาด 1 วัตต์จำนวน 3 ดวง จึงทำให้หลอดนี้กินกำลังไฟรวม 3 วัตต์   ให้แสงสีขาว  ราคาต่อหลอดตกประมาณ 300 บาท ขณะที่หลอดฮาโลเจนขนาด 20 วัตต์จะมีราคาประมาณ 60 กว่าบาท  ก็ห่างกันอย่างน่าหนักใจอยู่ เราลองมาดูกันว่าด้วยราคาที่ต่างกันขนาดนี้หลอดไฟแอลอีดีจะมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง
 

ลักษณะภายนอก

 
กล่องหลอดไฟ Edison MR-16 การบรรจุหลอดไฟพาร์แบบแอลอีดี Edison

           หลอดแอลอีดีนี้เป็นของบริษัทเอดิสัน (EDISON) ชื่อออกทางอเมริกาแต่ประเทศผู้ผลิตคือใต้หวัน โครงสร้างหลอดแอลอีดีตัวนี้ค่อนข้างจะแข็งแรง มีครีบระบายความร้อนรอบข้างจึงค่อนข้างมั่นใจในการใช้งานเวลานาน เรามักจะเรียกผลิตภัณฑ์ที่ใช้หลอดแอลอีดีส่องสว่างว่า Solid State Light หรือ SSL  คือมีวงจรการใช้งานควบคู่กับตัวหลอดเลย เฉกเช่นเดียวกับหลอดไฟเพดานรถยนต์ SnowShine

                                                    
                                         SnowShine ก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่เรียกว่า Solid-State Lighting (SSL)
 
           เริ่มจากการเปรียบเทียบขนาดกันกับหลอดฮาโลเจนที่ใช้จะเป็นของ OSRAM DECOSTAR51 จะพบว่าขนาดจะใกล้เคียงกันมาก ตามข้อมูลที่ให้มาพบว่าหน้ากว้างของหลอดฮาโลเจนจะกว้างกว่า 1 มิลลิเมตร คือมีขนาด 51 มม. ขณะที่หลอดแอลอีดีจะมีหน้ากว้าง 50 มม. แต่สามารถใส่โคมแทนกันได้เลยอย่างไร้ปัญหา  ส่วนขนาดของขาหลอดนั้นเท่ากันตามรูป และทางเราได้ลองเสียบกับขั้วไฟหลอดฮาโลเจนแล้ว ปรากฎว่าทั้งคู่สามารถใส่กันได้พอดี แต่มีปัญหาหนึ่งที่อาจทำให้หลอดแอลดีไม่สามารถแทนหลอดฮาโลเจนแบบเดิมได้ทุกประการ เดี๋ยวเรามาดูกันครับ
 
 

คุณสมบัติเชิงไฟฟ้า

         หลอดนี้ใช้ไฟ 12 โวลต์ เหมือนกับหลอดฮาโลเจน ผมจะลองทดสอบเทียบกับหลอดฮาโลเจนที่กล่าวมา  โดยที่มีข้อมูลบอกที่หลอดคือ ใช้ไฟ 12 โวลต์ กินกำลังไฟฟ้า 20 วัตต์และ มุมกระจายแสงกว้าง 10 องศา ขณะที่หลอดแอลอีดีไม่ได้กำกับอะไรไว้ที่ตัวหลอดเลย แต่ในเอกสารระบุว่าใช้กำลัง 3 วัตต์ และให้มุมกระจายแสงกว้าง 38 องศา ตามรูป

        
 
         เริ่มแรกคือการใช้กระแสไฟฟ้าของหลอดเพื่อหากำลังงาน ในขั้นนี้ผมจะใช้มิเตอร์ที่อยู่ในแหล่งจ่ายไฟโดยตรงเนื่องจาก ที่ผ่านมาค่าการวัดก็ใกล้เคียงมัลติมีเตอร์อยู่แล้ว เมื่อต่อกับไฟตรง 12 โวลต์  เราจะได้ขณะกระแสของหลอดไฟฮาโลเจนอยู่ที่ 1.72 แอมแปร์ หรือถ้าอยากรู้กำลังไฟฟ้าก็จับ 2 ค่านี้คูณกันจะได้ 20.64 วัตต์  ขณะที่หลอดแอลอีดีจะใช้กระแสไฟ 0.24 แอมป์แปร์ หรือกินกำลังไฟฟ้าไป 2.88 วัตต์ ใกล้เคียงกับสเปคที่ระบุมาทั้งคู่
  
การบริโภคกระแสของหลอดแอลอีดี การบริโภคกระแสของหลอดไฟฮาโลเจน 20 วัตต์

        สิ่งต่อมาที่ทำคือ เราได้ลองเพิ่มและลดแรงดันจากค่าใช้งานปกติไปประมาณ 1 โวลต์ เพื่อที่จะได้รู้ว่าการตอบสนองการใช้กำลังงานจะเป็นอย่างไร โดยทาง Smartgads จะลองปรับแรงดันไปที่ 11.0 , 12.0 และ 12.9 โวลต์ตามลำดับ  (3 รูปบนเป็นของหลอดไฟ LED EDISON EL16-33W0  ส่วน 3 รูปล่างเป็นของหลอดไฟฮาโลเจน OSRAM DECOSTAR51 ECO)
 
กระแสไฟฟ้าหลอดแอลอีดีที่ใช้ที่แรงดัน 11 โวลต์ กระแสหลอดแอลอีดีที่แรงดัน 12 โวลต์ กระแสใช้งานหลอดแอลอีดีที่แรงดัน 12.9 โวลต์
กระแสใช้งานหลอดฮาโลเจนที่แรงดัน 11 โวลต์ กระแสใช้งานหลอดฮาโลเจนที่แรงดัน 12 โวลต์ กระแสใช้งานหลอดฮาโลเจนที่แรงดัน 12.9 โวลต์

เราจะได้ค่าตามตาราง ดังนี้
กราฟแสดงค่ากำลังของแต่ละหลอดเมื่อเปลี่ยนแปลงแรงดันไฟฟ้า 
 
 
      เมื่อนำมาพล้อตกราฟจะเห็นได้ว่าหลอดฮาโลเจนจะใช้กำลังตามสัดส่วนของแรงดันไฟที่เปลี่ยนไป คือเมื่อแรงดันเพิ่มอัตราการกินกระแสก็เพิ่ม การใช้กำลังงานจึงเพิ่มเป็นเรื่องปกติของหลอดไฟทั่วไป   แต่หลอดแอลอีดีจะคุมการใช้กำลังงานได้นิ่งกว่าคือใกล้เคียงกับ 3 วัตต์อยู่ตลอด นั่นหมายถึงว่าข้างในหลอดนี้จะต้องมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมกำลังไฟฟ้าให้คงที่  ดังนั้นไม่ว่าแรงดันไฟบ้านจะเปลี่ยนแปลงไปบ้างหรือเมื่อหลอดมีอุณหภูมิสูงมากขึ้น อัตราการใช้กำลังก็จะยังคงที่ตลอด  เราจึงลองสลับสายไฟดูพบว่าการเปลี่ยนขั้วไฟฟ้าก็ไม่มีผลต่อการทำงาน ซึ่งถ้าเป็นหลอดแอลอีดีเฉยๆ มันจะเมื่อต่อไฟบวกกับลบให้ถูกขั้วของมันเท่านั้น 
 
     สุดท้ายเราลองเอาหม้อแปลง 12 โวลต์มาต่อกับหลอดแอลอีดีดูว่ามันจะสามารถทำงานกับไฟฟ้ากระแสสลับได้หรือไม่ โดยที่ขั้วไฟฟ้าขาออกของหม้อแปลงมีแรงดันที่ 12.8 โวลต์  ปรากฎว่าหลอดก็ยังทำงานปกติโดยใช้กระแสไฟฟ้าไป 0.23 แอมแปร์ หรือ  2.94 วัตต์ใกล้เคียงกับสเปค
 
หม้อแปลงไฟสลับใช้งานที่ตำแหน่ง 12 โวลต์ แรงดันจริงที่วัดได้คือ 12.8 โวลต์ วัดกระแสไฟได้ 0.23 แอมแปร์
 
      โดยปกติหลอดฮาโลเจนจะใช้กับหม้อแปลงแบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ แหล่งจ่ายไฟสวิทช์ชิ่งประเภทหนึ่ง ทีนี้ตัวหม้อแปลงแบบนี้มักจะไม่ทำงานถ้ามีกำลังไฟฟ้าใช้งานน้อยกว่าที่กำหนด เช่นหม้อแปลงในรูปใช้กำลังขั้นต่ำที่ 20 วัตต์และจ่ายกำลังได้สูงสุดที่ 60 วัตต์ ขณะที่หลอดไฟแอลอีดีกินไฟแค่ 3 วัตต์ ทำให้หลอดไม่สว่างและถ้าใช้ไปนานวงจรอิเล็กทรอนิกส์ของหม้อแปลงจะร้อนจัดและพังได้  ผู้ใช้งานจึงต้องระวังเรื่องนี้ด้วย  โดยถ้าจะใช้กับหลอดแอลอีดีคงต้องมีการสร้างโหลดเพิ่ม หรือไม่ก็ต่อพ่วงกันไม่น้อยกว่า 8 หลอด และสายไฟที่เดินก็ไม่ควรมีพื้นที่หน้าตัดน้อยกว่า 1 sq.mm.
 
                                                           หม้อแปลงอิเล็กทรอนิกส์ 12 โวลต์ใช้กับหลอดฮาโลเจน

                                        "หม้อแปลงอิเล็กทรอนิกส์แบบนี้ ควรระวังในการใช้กับหลอดแอลอีดี "

คุณสมบัติทางแสง

       เริ่มแรกเราลองเปรียบเทียบกับหลอดฮาโลเจนในระยะเท่ากัน หรือเราตั้งตำแหน่งขั้วหลอดไฟให้สูงจากพื้นโต๊ะให้คงที่และดูความเข้มของแสงด้วยลักซ์มิเตอร์

ความเข้มของแสงจากหลอดอาโลเจน 20 วัตต์ ความเข้มของแสงจากหลอดไฟแอลอีดี EDISON 3 วัตต์
 
 
      เมื่อเปรียบกัน จะพบว่าหลอดฮาโลเจน 20 วัตต์ (รูปด้านซ้าย) ให้ความเข้มของแสงที่ 24,500 ลักซ์ ขณะที่หลอดแอลอีดี 3 วัตต์ (รูปด้านขวา) นั้นอยู่ที่ 8090 ลักซ์ ซึ่งต่างกันมากมายแต่อย่างลืมว่ากำลังของหลอดก็ต่างกันเกือบ 7 เท่า  และยังมีค่าอื่นที่มาเทียบอีกนั่นคือมุมการกระจายแสง 
  

ความมืดภายในห้องขณะปิดแสงสว่าง
           สภาพห้องที่ปิดไฟ 

ลักษณะแสงของหลอดไฟฮาโลเจน 20 วัตต์
             แสงของหลอดฮาโลเจน 
ลักษณะแสงของหลอดไฟแอลอีดี EDISON EL16-33W0
       แสงของหลอด LED EDISON 
      
    จากรูปข้างบนเป็นการดูลักษณะการแผ่กระจายแสง โดยตั้งความเร็วชัตเตอร์ของกล้องถ่ายรูปไว้ที่ 3.2 วินาที และ หน้ากล้องที่ F8 ตามแบบที่เคยทดลองก่อนหน้านี้ในเรื่อง" มาดู LED ความสว่างสูงแบบต่างๆ กัน" เพื่อจะได้เปรียบเทียบกันได้บางส่วน  โดยตั้งระยะห่างจากผนังที่ 60 นิ้ว   จะเห็นว่าหลอดแอลอีดีจะมี spot ที่ใหญ่กว่า หรือมีมุมกระจายแสงที่กว้างกว่าหลอดฮาโลเจน แต่สีจะหม่นๆ โดยเฉพาะรอบนอก spot ของหลอดแอลอีดี เนื่องจากหลอดแอลอีดีแบบ cool white หรือขาวสว่าง มักจะมีปัญหาเรื่องการปล่อยแสงสีแดงออกมา ทำให้ค่า CRI ต่ำลงพอควร  (พารามิเตอร์ CRI นี้จะเน้นไปเรื่องไฟที่ใช้กับการถ่ายภาพ หรือทำภาพยนต์เป็นหลัก การส่องสว่างทั่วไปไม่ค่อยคำนึงถึงค่านี้มากนัก)  เมื่อลองวัดเส้นผ่าศูนย์กลางด้วยตลับเมตรคร่าวพบว่า หลอดแอลอีดีให้ spot ที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 40 นิ้วหรือลองคำนวนเป็นมุมกระจายแสงได้ประมาณ 37 องศา ใกล้กับสเปคที่ระบุไว้ที่ 38 องศา ขณะที่หลอดฮาโลเจนมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 24 นิ้วหรือลองคำนวนเป็นมุมกระจายแสงได้ประมาณ 23 องศา ซึ่งกว้างกว่าที่ระบุไว้ที่หลอดประมาณ 2 เท่า แต่ถ้าเทียบพื้นที่ความสว่างพอๆ กัน หลอดแอลอีดีจะมีความเข้มเพิ่มขึ้น 2.8 เท่า หรือ 22,652 ลักซ์ ใกล้เคียงกับหลอดฮาโลเจนเลย (ที่ 24,500 ลักซ์)  แต่ใช้กำลังไฟน้อยกว่าถึงเกือบ 7 เท่า

คุณสมบัติทางความร้อน

อุณหภูมิโคมไฟแอลอีดีในช่วงใช้งาน 5 นาทีแรก อุณหภูมิของหลอดเมื่อใช้งานไป 1 ชั่วโมง อุณหภูมิหลอดแอลอีดีเมื่อใช้งานไป 2 ชั่วโมง
อุณหภูมิห้องตอนที่เปิดไฟไป 5 นาที อุณหภูมิห้องเมื่อเปิดไฟไปแล้ว 1 ชั่วโมง อุณหภูมิห้องเมื่อเปิดไฟไปแล้ว 2 ชั่วโมง
 3 รูปบนเป็นการวัดอุณหภูมิของหลอดไฟที่ช่วงเวลาต่างๆ  และ 3 รูปล่างเป็นการวัดอุณหูมิในห้องโดยวัดจากพื้นโต๊ะทำงานในช่วงเวลาเดียวกัน

     เราได้มีการลองจ่ายไฟ 12 โวลต์ทิ้งไว้ดูการเปลี่ยนแปลงทางความร้อนที่เกิดขึ้น โดยวัดที่บริเวณครีบระบายความร้อน ในช่วง 5 นาทีแรก 1 ชั่วโมงถัดมา และ ชั่วโมงที่ 2  พบว่าความร้อนขึ้นจาก 41 องศาเซลเซียสในช่วง 5 นาทีแรก และนิ่งอยู่ที่ประมาณ 50 องศาเซลเซียส  ขณะที่อุณหภูมิห้องอยู่ที่ประมาณ 33 ถึง 34 องศาเซลเซียส

สรุป

      สุดท้ายนี้ต้องลองไตร่ตรองดูเองว่าความคุ้มค่าของหลอดไฟชนิดนี้มันสร้างความพอใจให้ตัวท่านอย่างพอเพียงหรือไม่ ด้วยราคาที่ต่างกันประมาณ 6 เท่า แต่ก็ชดเชยด้วยการใช้พลังงานที่น้อยลง 7 เท่า และช่วงเวลาใช้งานที่น่าจะต่างกันประมาณ 10 เท่า (โดยหลอดฮาโลเจนเคลมไว้ที่ 5,000 ชั่วโมง ขณะที่แอลอีดีไม่มีบอกเอาไว้แต่เชื่อว่าน่าจะอยู่แถว 50,000 ชั่วโมง) จะทำให้ค่าบำรุงรักษาลดน้อยลงตามไปด้วย  และสีสรรอื่นที่เลือกได้ แต่แนะนำอย่างหนึ่งว่าถ้าจะใช้ในบริเวณที่ต้องออกงานบ่อยๆ มีการถ่ายรูปประชาสัมพันธ์ในพื้นที่หลอดแบบนี้อาจให้สีที่ไม่ค่อยจะถูกใจ ควรเปลี่ยนเป็นประเภท warm white หรือ พวกที่มีค่า CCT (correlate Color Temperature อยู่แถวๆ 2-3 พันองศาเคลวิน) จะทำให้ ค่า CRI (Color Rendering Index) สูงขึ้นมาประมาณ 10-15% ภาพถ่ายที่ได้จะดูดีขึ้นมาก โดยแลกกับความสว่างที่ต้องลดลงไปบ้างในวัตต์ที่เท่ากัน

Note :  ข้อมูลจำเพาะของหลอดไฟพาร์แอลอีดี EDISON EL16-33W0
             ข้อมูลจำเพาะของหลอดไฟพาร์ฮาโลเจน OSRAM DECOSTAR51 ECO 


                                                                                                       __________________________
ห้องทดลอง
- ศึกษาคุณลักษณะของโซล่าร์เซลล์แบบบ้านๆ (ตอนที่ 2 ทดลองกลางแจ้ง) [14 มีนาคม 2555 20:59 น.]
- ศึกษาคุณลักษณะของโซล่าร์เซลล์แบบบ้านๆ (ตอนที่ 1 ทดลองในห้อง) [14 มีนาคม 2555 20:59 น.]
- การต่อหลอดแอลอีดีแบบวงจรขนานและผสม [14 มีนาคม 2555 20:59 น.]
- วีดีโอทดสอบแรงดันใช้งานของหลอดแอลอีดีสีต่างๆ และการต่อหลอดแบบอนุกรม [14 มีนาคม 2555 20:59 น.]
- การควบคุมกระแสของหลอดแอลอีดีแบบง่าย ๆ แต่ประสิทธิภาพสูง [14 มีนาคม 2555 20:59 น.]
- รีวิวหลอดไฟ LED กำลังสูง Bridgelux รุ่น BXRA-50C9000 [14 มีนาคม 2555 20:59 น.]
- การเทียบค่ามิเตอร์ของแหล่งจ่ายไฟกับมิเตอร์อ้างอิง [14 มีนาคม 2555 20:59 น.]
- หลอดไฟพาร์ชนิดแอลอีดี EDISON รุ่น EL16-33W0 [14 มีนาคม 2555 20:59 น.]
- มาดู LED ความสว่างสูงแบบต่างๆ กัน [14 มีนาคม 2555 20:59 น.]
- สัญญาณจากเครื่องเล่นซีดี [14 มีนาคม 2555 20:59 น.]
ดูทั้งหมด

Copyright by Smartgads © 2010
Engine by MAKEWEBEASY